Wednesday, October 19, 2011

จาก “FWD Mail” สู่ “กดแชร์” และ “รีทวีต” เทคโนโลยีเปลี่ยนไปแต่การใช้งานไม่เคยเปลี่ยนแปลง

จริงๆแล้ว ถ้าใครตามอ่านบล๊อกนี้มาตลอด ก็คงจะเข้าใจว่า นี่เป็นบล๊อกเกี่ยวกับดนตรีเป็นหลัก เพราะเป็นการรวมงานเขียนของผมที่ลงในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฮบับวันจันทรฺ์ แต่นานๆที ก็คงต้องเขียนเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องบ้าง เพราะว่า ถ้าไม่ คงไม่ไหวเหมือนกันครับ
ในยุคสมัยที่การใช้อินเตอร์เน็ตเริ่มตั้งไข่ในบ้านเรา สิ่งแรกๆที่ทุกคนเห่อที่จะมีคือ อีเมล ของตนเอง ซึ่งผมเองเมื่อยังเป็นละอ่อนในมหาวิทยาลัย ก็สมัครเมลไว้ใช้กับเขาเหมือนกัน แต่ในตอนนั้น ไม่ได้ใช้ทำอะไรมากนัก เพราะว่า ยังไม่ได้มีการสื่อสารผ่านทางเมลอะไรนัก และ เมลบ๊อกซ์ของฟรีเมลอย่าง Hotmail ตอนนั้น ยังแค่ 2 เม็ก ย้ำ 2 เม็ก นะครับ เด็กรุ่นนี้คงคิดแทบไม่ออก เพราะว่า ทำอะไรแทบไม่ได้เลย จริงๆ ถ้าส่งแต่เมลเท็กซ์น่ะ มันไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่เมื่อกระแสเมลลูกโซ๋ หรือ Forward Mail เริ่มแพร่กระจาย มันก็ทำให้เรามีความจำเป็นต้องพยายามลบเมลบ่อยๆ ไม่งั้นเมลจะเต็ม และเด้งไป ถึงขนาดที่ เจ้าแม่เมลลูกโซ่ชื่อดังในตอนนั้นอย่าง ลูกแก้ว ยังมีสโลแกนว่า ล้างเมลบ๊อกซ์ให้ดี เพราะว่า เราจะระเบิดเมลบ๊อกซ์ของคุณแล้ว
แม้ในช่วงแรก เนื้อหาที่ส่งเวียนกันไปมา ฮาๆบ้าง ภาพโป๊บ้าง แต่เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเริ่มมีความแตกแยกทางความคิด ผมก็มักจะได้รับเมลจากเมืองไทยเสมอๆ (ตอนนั้นยังเรียนอยู่ญี่ปุ่นครับ) ซึ่งเนื้อหาก็โจมตีพี่หน้าเหลี่ยมอันเป็นที่รักยิ่งของหลายๆท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเลวเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องจาบจ้วง ผมเองก็งงว่า ไปเอามาจากไหนกันวะ เยอะขนาดนั้น ออกมาเป็นชุดยังกับพงศาวดาร มาไม่เบื่อ แต่สุดท่ายคือ ไม่เคยเจอต้นตอ แบบนี้ จะเรียกว่า บัตรสนเท่ออนไลน์ก็ได้ครับ
พอยุค Social Media บูมมากๆ (ผมขอนับยุค Facbook ที่เริ่มประมาณช่วงปี 2552 นะครับ เพราะตัวก่อนหน้าอย่าง Hi5 หรือ MySpace ยังไม่มีศักษภาพด้านการแชร์สารพัดพอ) คนไทยเริ่มใข้ Facebook เยอะขึ้นมาก จนแทบเดือดในช่วงเหตุการณ์ พฤษภาคม 2553 รวมไปถึง Twitter ที่โด่งดังได้เพราะพี่เหลี่ยมอีกนั่นล่ะครับ (หรือไม่จริง)
ทั้งสองตัวมีฟังชั่นที่คล้ายกันอยู่คือ การแชร์ในเฟซบุ๊ค และการ รีทวีตในทวิตเตอร์ ที่สามารถแบ่งปันข้อมูลทีเราอยากแบ่งได้อย่างรวดเร็ว และ แท่นแท้น Forward Mail หายไปเลยครับ กลายเป็นกดแชร์ และรทวีตกันอย่างสะดวกสบาย จนเรียกได้ว่า แทบไม่ต้องใช้สมองกัน ใช้ไขสันหลังในการแบ่งปัน ไม่ต้องคิดหาที่มาของสิ่งที่เราแบ่งปัน จนกลายเป็นเรื่องราวปัญหาที่ผมอยากเอามาเขียนในรอบนี้
กรณีที่ 1 พระราชดำรัสของในหลวงเรื่อง ปล่อยให้น้ำท่วมสวนจิตลดา

"ถ้าน้ำเข้าพระนคร ให้น้ำผ่านวังสวนจิตรไปเลย อย่ากั้นให้ผ่านไปเลย"
เป็นข้อความที่เป็นที่ฮือฮา และปลาบปลื่ม ของชนชาวไทยทัังหลายในโลกไซเบอร์ และถูกส่งต่อเป็นอย่างมาก กระทั่งคนดัง ก็ยังรีทวีตกันไปต่อ แต่ผมเอง รู้สึกแปลกใจที่ว่า ข้อความดังกล่าว ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีบริบท ไม่มีในข่าวในพระราชสำนัก จนงงว่า มากจากไหน จนในที่สุด ความจริงขั้นแรก ก็กระจ่างว่า
สุดท้าย ก็กลายเป็น “พระราชดำรัสปลอม” กุขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีที่มาที่ไป และครั้งนี้ ผมตกใจมากที่ สำนักพระราชวังถึงต้องออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นได้เลยว่า ทางวังเองก็ลำบากใจเช่นกัน ผมขอบอกตรงๆครับว่า การกระทำเช่นนี้ เป็นการดึงฟ้าต่ำอย่างแท้จริง แม้คุณจะบอกว่า ทำด้วยความรัก แต่สิ่งที่คุณทำ มันยิ่งทำให้ระคายเคืองเบื้องสูงขึ้นไปอีก ซึงบางแท่านถึงแสดงความเห็นว่า ในยุคสมูบรณาญาสิทธิราช หากคุณอ้างคำพูดของกษัตริย์ขึ้นมาลอยๆ โดยมิได้เป็นความจริง คุณสามารถถูกประหารชีวิตได้ด้วยซ้ำ (โดยคุณ @tumbler_p) ซึ่งเมื่อคิดจริงๆแล้ว ก็เป็นไปได้ เพราะการกระทำเช่นนี้ เราไม่อาจบอกเจตนาที่แน่ชัดได้ว่า คิดอะไรอยู่ ใครคิดจะแชร์ ก็คิดให้ดีก่อนเถิดครับ
กรณีที่ 2 สมเด็จพระเทพทรงออกช่วยประชาขนที่ประสบภัยอย่างเงียบๆ

เรื่องนี้ ผมหากระทู้ต้นตอไม่ได้ จึงต้องขออาศัยความจำเป็นหลัก โดยที่ เรื่องที่เกิดมีรายละเอียดประมาณนี้ครับ
75759
“สมเด็จพระเทพทรงออกช่วยประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นการส่วนตัว จึงมิได้เป็นข่าว แม้กระทั่งข่าวในพระราชสำนัก”

ซึ่ง ก็เป็นภาพและข้อความที่ได้รับการแชร์วนไปมาไม่น้อย ซึ่ง ผมเองก็คิดว่า ไม่แปลกอะไร เพราะเรามักจะได้อ่านเรื่องราวของท่านในลักษณะนี้อยู่เสมอ (เช่นใน Fwd Mail ที่ส่งกันไปมาหลายครับ) และครั้งนี้ ก็เป็นอีกครั้ง ที่ท่านทรงภารกิจเป็นการส่วนพระองค์ แต่ที่ผมงงคือ แล้วผุ้ที่เอามาแชร์ ทราบได้อย่างไร และ ทำไมถึงมีภาพ

เรื่องราวมาถึงบางอ้อ เมื่อ ภาพที่ว่า มากจากที่นี้เองครับ

พระเทพโปรดเกล้าฯ พระราชทานพันธุ์ข้าว แจกจ่ายให้เกษตรกร

จริงๆแล้วเป็นภาพข่าวจากปีก่อน ที่ท่านทรงพระราชทานพันธุ์ข้าว กลายเป็นว่า ภาพกับเนื้อหา เป็นคนล่ะเรื่องไป ลดความน่าเชื่อถือของข้อมูลไปครึ่งหนึ่ง และยิ่งไม่มีข่าวอย่างเป็นทางการ เราเองก็ไม่สามารถบอกอะไรได้เลย กลายเป็นอีกครั้งที่ เราแชร์ข้อมูลที่ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้  หวังว่า ครั้งนี้ คงจะไม่ไประคายเคืองเบื้องสูง ถึงกับสำนักพระราชวังต้องออกมาแถลงข่าวอีกนะครับ

กรณีที่ 3 กรณียิ่งลักษณ์ขี้เมา

กรณีนี้ เป็นอีกด้านหนึ่งของโลกออนไลน์ครับ จะว่าเป็นด่านมืดก็ว่าได้ โดยต้นตอมาจาก ภาพๆนี้ครับ
1_426459421

โดยมีการบรรยายประกอบว่า นี่คือภาพนายกยิ่งลักษณ์ ยกเหล้ากรอกปากสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย และด่าสาดเสียเทเสีย

จริงๆแล้ว ถ้าเป็นเรื่องในอดีต ผมว่า มันไม่ใช่เรื่องอะไรเลยนะครับ ประธานธิปดีอเมริกาอย่างโอบาม่ายังยอมรับว่าพี้กัญชาสมัยเรียนเลย คนครับ อายุน้อย ทำอะไรก็มีโอกาสพลาด แต่ ประเด็นมันไม่ใช่ตรงนั้นครับ

นี่คือตัวอย่างของ Hate Speech โจมตีเรื่องส่วนตัวของบุุคคลสาธารณะ โดยใช่วิธีการใดก็ได้ที่จะสร้างความน่ารังเกียจให้เกิดกับบุคคลดังกล่าว และอีกประเด็นคือ นี่คือ นายกยิ่งลักษณ์ในอดีตหรือไม่

คำตอบคือ ไม่ และที่มาคือ ลิงค์นี้ครับ คลิก มันคือภาพจากเว็บรวมภาพสาวฟิลิปปินส์ ซึ่งหยิบมาภาพเดียวที่ดูคล้ายนายก (ดูที่เหลือสิครับ เหมือนมั้ย) และเอามาโจมตี ทั้งๆที่ไม่ใช่เจ้าตัวเลยแท้ๆ นี่คือตัวอย่างของการใช้วิธีสกปรกสาดเสียเทเสียบุคคล โดยไม่ได้คิดเลยว่า วิธีที่ตัวเองใช้นั้นคือ อวิชชา ที่สกปรกจริงๆ แน่นอครับว่า คนทำก็รู้ตัวอยู่แก่ใจว่า กำลังโกหกอยู่ แล้วคุณล่ะครับ จะร่วมขบวนคนโกหกไปกับพวกเขาหรือไม่

กรณีที่ 4 ทำเป็นหน้าเศร้า แต่ที่แท้ ก็ระรื่นเฮฮา


กรณีนี้ ก็กำลังมาแรงครับ โดยบอกว่า ดูนายกสิ ทำเป็นลุยงานหนัก แต่เอาเข้าจริงๆ ก็กระดี้กระด้า ไม่ได้มาสามัญสำนึก (ดูรูปประกอบ)

1968-33724

จริงๆแล้ว รูปนี้ ถ้าใช้สมองคิดซักหน่อย ไม่ได้ถูกบังตาโดยความเกลียดชัง จะสังเกตได้ว่า
1. พื้นที่่เป็นป่า ไม่น่าจะใช้พื้นที่ประสบภัยตอนนี้
2. ชุดที่ใส่ ไม่ใช่ชุดที่ใส่เป็นปกติในตอนรับตำแหน่ง แต่ดุคล้ายตอนหาเสียง
3. เวลาขึ้นฮ.สั่งงาน ปกติจะเป็นเครื่องขนาดใหญ่ ที่นั่งคุยแผนงานได้มากกว่าเครื่องขนาดเล็กที่ต้องนั่งติดเก้าอี้แบบนี้ 

ซึ่งพอเอาเข้าจริงๆ ค้นหาซักหน่อย ก็เจอครับ คลิก ว่าเป็นภาพตั้งแต่สมัยหาเสียง และไปถ่ายที่เชียงใหม่นู่นครับ แต่ชมรมคนเกลียดก็ด่ามันปากไปล่ะ

จาก 4 ตัวอย่างที่ผมยกมาให้เห็น ทำให้เข้าใจได้เลยว่า แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป แต่ถ้าเราไม่เคยคิด ไม่เคยตรวจสอบ แชร์ หรือ รีทวีต แบบอัตโนมัติ ไม่ต่างจากการทำงานของกล้ามเนื้อแบบรีเฟลกซ์ ผ่านแต่สันหลัง ไม่ผ่านสมอง มันมีแต่จะทำให้เสียกับเสียครับ

จริงๆ เรื่องภาพนี่ เทคโนโลยีใหม่ของอากู๋ กูเกิ้ลอย่าง Search by Image ของ Google Image มันเทพมากนะครับ แค่ลากรูปที่เราอยากรู้ว่ามาจากไหน ไปใส่ใน Searchbox ก็เจอแล้ว ดังนั้น ลองหาดูเองมั่งก็ได้ครับ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของ “นักขุดรูปเก่า เล่านิทานลวง” ได้ครับ และที่สำคัญ

“โปรดมีสติและค้นหาความจริงก่อนแชร์หรือรีทวีต”
*ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากคุณ @jj_sathon จากเว็บ www.go6tv.com


ปล. ผู้เขียนใช้ Facebook ในการติดต่อกับเพื่อนเป็นหลัก ถ้าต้องการติดตาม ที่ twitter.com/souljackaz ดีกว่าครับ

42 comments:

pat said...

ขอบคุณมากครับ :) มีอีกหลายเรื่องเลยเช่น จรเข้ยักษ์ ภาพถุงยังชีพแบบต่างๆ

Anonymous said...

ขอบคุณมากครับ เขียนได้ดี เห็นภาพรวมได้ชัดเจนครับ

JcNaja said...

นับถือครับ...

Ðahliã said...

ถุงยังชีพของรมช.ที่ด่ากันเละเทะก็ไม่มีใครขอโทษ

สมัยนี้ใช้คำว่า เค้าเล่ามา เค้าบอกมา คนในเค้าพูดกัน
ก็ด่ากันหมดแล้ว พอมีคนเอาเหตุผลมาโชว์ก็ด่าคนนั้นอีก

Anonymous said...

แหม ก้อคนมันอยากจะด่า ต่อให้ดีปานใด มันก้อจะด่า
แม้องค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคำนินทา

Anonymous said...

ขอบคุณมากๆค่ะ

ตั้งแต่นี้ไป เราต้องตรวจสอบข้อมูลทุกครั้ง

Ongkarn said...

ขอบคุณครับ เป็นกำลังใจให้ครับ

bharot said...

บรรยากาศแบบนี้ต้องกลับไปดู Rashomon เพื่อเตือนสติตัวเองเสียหน่อย ว่าใครที่พูดความจริง โจร ซามูไร เมียซามูไร หรือคนตัดฟืน หรือว่าทุกคนต่างก็พูดความจริงครึ่งเดียว ฟังและเชื่อแต่สิ่งที่ตัวเองอยากได้ยินและอยากเชื่อ
http://bharot.wordpress.com/

GOXILLAz said...

ขอบคุณค่ะ รอคนเขียนเรื่องนี้อยู่เรย

critical thinking/reading มันควรจะมาพร้อมกับการ เสพย์ข่าวบน social media : ))

Anonymous said...

นอกจากต้องใช้วิจารณญานแล้วยังต้องใช้ความคิดที่ปราศจากอคติเพราะคนที่เขียนอธิบายเรื่องทั้งหมดนี้ยังมีอคติบ้างในบางเรื่องไม่งั้นจะทำให้การรับรู้ ความเข้าใจและการตีความของผู้อ่านเปลี่ยนไป

mortor said...

ขอบคุณมากเลยค่ะ ดีมากๆ จริงๆ

wandee ketpathum said...

นิสัย "สลิ่ม"

^AutumN^ท่านชายในฤดูใบไม้ร่วง said...

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวครับ ขออนุญาติแชร์ในพลัสนะครับ

SoulJackaz said...

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและติชมครับ

แชร์ได้ตามสะดวกครับ ไม่หวงอะไร

ผมออกตัวก่อนว่า ไม่ได้เป็นกลางอะไรครับ ก็เอียงนู่นนี่บ้างตามประสา แต่อยากเอาข้อมูลมาเสนอให้เข้าใจกันครับ

เบื่อพวกไม่มีความสติ said...

คือ...สำหรับคนบางคนที่ยังเอาเรื่องสีเสื้อมาพูด

คุณใช่คนไทยรึเปล่าคะ
หรือเป็นเพื่อนบ้าน

สนุกเหลือเกิน
เค้าก็เพิ่งจะเตือนเรื่องสติหลังแป้นคีย์บอร์ด
อย่าสักแต่ว่าพิมพ์ๆๆ เอาสะใจสิคะ


ประเทศไทยยังชิบหายไม่พอว่างั้น
รักกันเถอะค่ะคนไทย

Anonymous said...

ขอโทษนะครับ เรื่องรูปสมเด็จฯพระเทพฯ เป็นภาพที่พระองค์ท่านทรงบริจาคสิ่งของแก่ประชาชนที่โดนน้ำท่วมจริงนะครับ สามารถดูจะข่าวนี้ได้ >> http://www.suthichaiyoon.com/detail/6352 ฉลองพระองค์ที่ทรงสวมเป็น และพระมาลาที่ทรงใส่ เป็นแบบเดียวกับในภาพ ซึ่งนั่นคงไม่ได้หมายถึงว่าพระองค์จะทรงรถพระที่นั่งสูงขนาดนี้ไปมอบพันธุ์ข้าวแต่อย่างใดกระมั้งครับ..??? ผมคิดผ่านสมองเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณมากครับ....

SoulJackaz said...

ประเด็นของผม ไม่ได้ต้องการสื่อว่า ท่านไม่ได้ออกประกอบราชกรณียกิจนะครับ (ต้องขอโทษหากผมใช้คำไม่ถูกต้อง) เพราะทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่าสมเด็จพระเทพท่านทรงงานหนักแค่ไหน ผมยอมรับว่า พลาดตรงที่รายละเอียดของราชกรณียกิจไม่ตรง แต่ที่ผมต้องการสื่อคือ การเอาภาพเก่า แล้วมาใส่เนื้อความใหม่ ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ควรครับ เหมือนกับการนำภาพดังกล่าว และมาใส่เนื้อความเข้าไปโดยพลการตามความต้องการของผู้เผยแพร่ครับ

Anonymous said...

ตอบคุณข้างบน ตามข่าวว่าเป็นเหตุการณ์ปีที่แล้วค่ะ อันนี้ก็คือเอาเหตุการณ์เก่ามาเล่าแต่ไม่บอกว่าเกิดช่วงไหน กรณีเดียวกับบทความเรื่องน้ำท่วมของคุณ Rood Thanarak ที่อยู่ๆคนก็มาแชร์กันล้นหลามโดยไม่ได้เข้าใจว่า เป็นเรื่องของเหตุการณ์ปีก่อนนั่นเอง

Anonymous said...

หากเพียงแต่พวกท่านลองพิจารณาลักษณะของถุงแล้ว สิ่งที่อยู่ภายในถุงมันจะใช่เมล็ดข้าวหรือ อีกทั้งมันจะเป็นอะไรไหมหากพระองค์ทรงใส่ฉลองพระองค์ตัวเดิม??

Anonymous said...

ขอบคุณที่แชร์ให้ ต่อไปจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ อีก คอมเม้นท์ที่เหลือคงไม่ดราม่า มาจับประเด็น ฮ. รุ่นไหน ข้าวจริงหรือเปล่า เพราะไม่ใช่หน้าที่เจ้าของบล๊อกที่ต้องมาค้นหาความจริง

SoulJackaz said...

อันนี้ รบกวนถามไม่เกี่ยวกับเนื้อหาหน่อยครับ

คือ ปกติผมจะใช้ Live Writer ในการเขียน และจัดหน้า แต่พอแก้ไขผ่านหน้าเว็บ บรรทัดเพี้ยนหมด แล้วดึงข้อมูลไปแก้ใน Live Writer ไม่ได้ด้วย

มีใครพอทราบจัดบรรทัดงามๆไหมครับ

Anonymous said...

สรุปจะให้เลิกโพสเรื่องดีๆของพระองค์ท่าน และเลิกโพสเรื่องแย่ๆของยิ่งลักษณ์หรือ?


ไอพวกแดงเอ้ย

Anonymous said...

คนที่เอาข้อคิดเห็นนี้ไปแชร์ต่อก็ต้องคิดดีๆ เข้ามาอ่านนึกว่าอะไร ที่แท้ก็อคติ เขียนเชียร์พวกเดียวกัน การยกตัวอย่าง discredit อีกฝ่าย ก็รู้จุดประสงค์คืออะไร

Anonymous said...

สองความเห็นข้างบนอ่านหนังสือปีนึงไม่ถึง 6 บรรทัดหรือเปล่า จับประเด็นคนเขียนได้ไหมเนี่ย ไอสลิ่มอกหัก

KJ said...
This comment has been removed by the author.
KJ said...
This comment has been removed by the author.
KJ said...
This comment has been removed by the author.
KJ said...

อยากถามว่าทุกวันนี้ คุณรักพ่อแบบไหน แบบทำสิ่งต่างๆให้พ่อมีความสุข แม้คนอื่นจะไม่รู้ คุณก็มีความสุขเมื่อพ่อมีความสุข หรือ แบบประกาศให้คนอื่นได้รู้ ว่าคุณรักพ่อมากมายกว่าใครไม่มีใครเทียบ เพื่อใครๆจะได้มาชื่นชมคุณว่า คุณกตัญญูรู้คุณ ถ้าคุณเป็นแบบแรก จงใช้การกระทำ ทำสิ่งที่ทำให้พ่อมีความสุข สามัคคีกัน ช่วยกันพัฒนาประเทศ ไม่โทษกัน ไม่ทะเลาะกัน แต่ถ้าคุณเป็นแบบที่สอง ก็จงแชร์ข้อความ หรือป่าวประกาศต่อไปว่าคุณรักพ่อมากกว่าคนอื่น ง่ายๆเพียงแค่กดแชร์ หรือพิมพ์ เท่านั้นคนก็จะยกย่องคุณ คุณก็จะสุขใจ โดยที่พ่อไม่มีความสุขด้วยเลย

Anonymous said...

สงสารเจ้าของBlog ยังไม่วายโดนโจมตี มีตรงไหน บรรทัดไหนที่อ่านกันไม่เข้าใจหริอเปล่า หรือว่าอคติมันบังตาจริงๆ.. เป็นราโชมอนในชีวิตจริงสินะ

SoulJackaz said...

คนที่เข้ามาอ่าน จะมองด้านไหน ก็แล้วแต่สะดวกครับ

สิ่งที่ผมต้องการเสนอ

ไม่ว่าจะ การชื่นชม หรือ การโจมตี หากยืนพื้นจากข้อมูลที่เป็นเท็จแล้ว ก็ไม่สมควรครับ

Artt Angsutha said...

เดี๋ยวนี้ใครที่โพสต์เอนไปทางชาวเหลืองจะถูกเชิดชู แต่ถ้าเอนไปทางแดง หรือแม้กระทั่งเป็นกลาง แต่มีเรื่องให้ต้องพูดถึงสีเหลือง ถ้ามองว่าไม่ถูกต้อง ก็จะกลายเป็นคนขายชาติไปแล้วล่ะครับ สังคมไทย มันถูกล้างสมองไปซะแล้ว

Anonymous said...

มันมียิ่งกว่านั้นอีกครับ สร้างเรื่องปลอมๆขึ้นมาให้คนอ่าน(ความจริงดูแค่รูปแล้วอ่านผ่านๆ) ให้คนแชร์ พอมีคนแย้งว่าเป็นข่าวลือนะ ข้อมูลผิดพลาดนะ ไม่บังควรนะ สลิ่มก็จะเข้ามาด่าว่าแล้วแถไปอีกเรื่อง อีกเรื่อง แล้วก็อีกเรื่อง คือจะหาเรื่องด่าให้ได้ บางคนก็พอรู้ว่าผิดก็เงียบไป หนีหน้าไป ลบข้อความตัวเองออกไป โดยไม่ขอโทษหรือไม่ยอมรับผิดใดๆ บางคนอีก เชื่อสนิทใจ พอมีคนแย้งว่าไม่ใช่นะ กลับไล่ให้คนแย้งไปหาหลักฐาน ทั้งที่ตัวเองเชื่อข่าวโคมลอยเอง ผ่านไปซักวันสองวันเจ้าของบทความ(รูป)ก็ลบทิ้งทำลายหลักฐาน สุดท้ายก็เพิ่มอคติในใจยิ่งกว่าเดิม ตกเป็นเหยื่อเพราะความไร้สมองของตัวเอง ซ้ำร้ายบางคนคิดไปไกลอีกว่า เป็นแผนซ้อนแผน ซ้อนแผนของอีกฝ่ายซะอีก โอ้ยคิดไปถึงขั้นสามได้ ทำไมไม่คิดขั้นแรกก่อน!!! พวกblind faith มักจะ false logic เสมอ

Anonymous said...

อ้าวมาใหม่อีกแล้ว

http://www.oknation.net/blog/22022528/2011/10/20/entry-5

SerieSucker said...

ขออนุญาตินำไปแชร์ต่อนะครับ

Amazon Coupon Codes said...

เขียนได้ตรงใจผมมากครับ !

Anonymous said...

เรื่องอื่นไม่เชื่อว่าจริงอยู่แล้ว แต่เรื่องสมเด็จพระเทพเชื่อเพราะเป็นเรื่องจริง อย่าเอามามั่ว รับของมากับมือ

Anonymous said...

ไมไ่ด้กล่าวหาน้ะครับ ที่รับของกับมือมีอะไรที่จะเชื่อได้บ้างครับ ผมคิดแบบมีเหตุผลน้ะ เพราะโลกออนไลน์ ใครก้พุดได้ ผมจะบอกว่าผมรับเสด็จพระเทพในตอนนั้นมาแล้วก้ได้ ประเด็นผมคือไมไ่ด้กล่าวเกี่ยวกับพระองคืน้ะครับ แค่ลองคิดแบบมีเหตุผล ว่า ผมจะเชื่อคุณได้ยังไง

Athletic said...

ครับ บทความนี้ขยายรายละเอียดได้ดีมากเลยครับผม

Nawanat Phonruksa said...
This comment has been removed by the author.
Nawanat Phonruksa said...

ข้อมูลพระเทพค่ะ
สมเด็จพระเทพฯ เยี่ยมน้ำท่วมโคราช
เป็นของปีที่ 2553 ตามลิงค์ได้ค่ะ
http://www.krobkruakao.com/ข่าว/25753/สมเด็จพระเทพฯ-เยี่ยมน้ำท่วมโคราช.html

SMD said...

เขียนได้ดีนะครับ ขอชมผู้เขียน ที่สื่อให้เห็นถึงประเด็น เพียงแค่ยกตัวอย่างภาพบ้างภาพ ที่ได้ถูกมีการนำมาใช้ในโลกออนไลน์ ซึ่งการทำลักษณะเช่น อาจจะเรียกคล้ายๆๆกับ วลี ที่ว่า ฤาษีแปลงสาส์น ซึ่งการกระทำอีกอย่างที่คล้ายๆๆกันจากอีกฝั่งก้อน่าจะคือการตัดต่อคลิปเสียง

ze7ez said...

โกหกตอแหลกันมั่วไปหมด

ออกข่าวช่องสาม มีการทำข่าวภาพพร้อมคลิป
http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/25753/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%AF-%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A.html มี

ส่วนนี่บอกไม่ออกข่าว ไม่ออกสื่อ
http://topicstock.pantip.com/siam/topicstock/2011/10/F11182576/F11182576.html