Wednesday, February 17, 2010

Lily Allen อีสาวตัวแสบ

Technorati Tags: ,

ครั้งที่แล้วผมเขียนถึงศิลปินร๊อคสาวจากฝั่งอเมริกาไปแล้ว ในเวลาที่ไม่ห่างกันมาก ก็บังเอิญได้แผ่นตัวอย่างของศิลปินสาวจากฝั่งอังกฤษ ทำให้นึกได้ว่าง ช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมาก็เป็นช่วงยุคทองของศิลปินหญิงอังกฤษเหมือนกัน เพราะมีคนที่มายืนแถวหน้าได้อย่างงดงามหลายคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Amy Winehouse, MIA หรือ Kate Nash แต่คนที่ผมจะเขียนถึงคืออีกหนึ่งที่ยืนอยู่แถวหน้าวงการได้อย่างงดงามอีกคนหนึ่ง นั่นคือ Lily Allen นั่นเอง

LilyAllen8

Lily Allen เกิดในครอบครัวศิลปินจริงๆ เนื่องจาก มีพ่อเป็นนักแสดง และแม่เป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ แม้จะหย่ากัน แต่เธอก็ได้เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ศิลปินอยู่รอบตัว กระทั่ง Joe Strummer แห่ง the Clash ยังเคยพาเธอไปนั่งดู Glastonbury มาแล้วเลย แต่ด้วยปัญหาครอบครัวต่างๆ ทำให้เธอกลายเป็นเด็กมีปัญหาติดเหล้าและบุหรี่จนโดนไล่ออกจนเป็นเรื่องปกติ

แต่โชคดีที่มีคนเห็นของดี (อย่าคิดลึก) ตอนที่เธอร้องเพลง Wonderwall เล่นอยู่ ก็ไปเตะหูของโปรดิวเซอร์เพลง จนเขาตัดสินใจสอนร้องเพลงให้เธอ และเมื่อเธอร้องเพลงที่งานของโรงเรียน มันทำให้คนถึงกับร้องไห้เพราะการได้เห็นเด็กมีปัญหาทำสิ่งดีๆออกมามันน่าประทับใจมาก และทำให้เธอรู้ว่าดนตรีคือสิ่งที่เธอควรจะมุ่งมั่นกับมัน เธออกจากโรงเรียน และทิ้งครอบครัวไปอยู่ที่ ไอบิซ่า และทำงานที่ค่ายแผ่นเสียงพร้อมขายยา (ไม่ควรเอาอย่าง)

90203L1 เธอโดนหลายค่ายปฏิเสธ และในที่สุด เธอก็ใช้เส้นสายของพ่อจนได้สัญญากับค่ายเพลง แต่พอเปลี่ยนประธานค่าย เธอก็เด้งออกอีกตามเคย เธอเกือบตัดสินใจไปเป็นนักจัดดอกไม้แทน แต่ก็หันกลับมาตั้งใจทำงานเพลง และได้สัญญาซะที

lily-allen-gq-05 เธอตั้งหน้าตั้งตาแต่งเพลงและซิงเกิ้ลในวงจำกัดอย่าง LDN ประสบความสำเร็จ ทำให้เธอได้อำนาจในการคุมงานเพลง และเลือก Mark Ronson มาเป็นโปรดิวเซอร์อีกสิ่งหนึ่งทำให้เธอมื่อเสียงนอกจากเพลงของเธอคือ เว็บสังคมอย่าง MySpace ที่แม้ตอนนี้ มันจะร้างเป็นป่าช้า เหลือแต่วงดนตรี แต่ในตอนนั้น มันคือเว็บสังคมที่ฮิตสุดๆ (ผมก็เคยมี) ที่ศิลปินชอบใช้ และมันพึ่งสร้างชื่อให้กับวง Arctic Monkeys มาแล้ว และ Lily เองก็มีเพื่อนในวงสังคมของเธอสี่แสนกว่าคน เล่นเอาค่ายเพลงต้องหูผึ่ง และอีกสิ่งที่ทำให้เธอเป็นชื่อสามัญประจำบ้านไปตั้งแต่ก่อนออกอัลบั้มคือ บล๊อกของเธอที่พูดความในใจแบบตรงไปตรงมา รวมไปถึงวาจาแสบๆคันๆ จนทำให้มีคนติดตามเพียบ วลีเด็ดอย่าง “ฉันคิดว่า Carl Barat (The Libertines) คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า)” กลายเป็นหัวข้อข่าวอย่างสนุกสนาน เรียกได้ว่าเธอเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่อาศัยเทคโนโลยีได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่เธอก็ไม่ได้อาศัยกระแสฉาบฉวยเพื่อความดังเท่านั้น เพลงของเธอก็เยี่ยมไม่แพ้กันด้วย LDN ซิงเกิ้ลแรกนั้นคือเพลงป๊อปที่มีกลิ่นแบบสกาอังกฤษแบบ The Specials เจือออกมาได้อย่างน่าสนใจ ชวนให้นั่งฟังไปพลาง จิบเครื่องดื่มเย็นๆชมวิวริมทะเลยามเย็น ซิงเกิ้ลต่อมาอย่าง Smile ที่ด่าแฟนเก่าได้อย่างสะใจและตรงไปตรงมาก็กลายเป็นเพลงที่ฮิตแบบโคตรๆจริงๆ เนื้อเพลงแสบๆบนจังหวะเรกเก้ที่ฟังเพลินติดหูผสมกับเสียงร้องน่ารักๆ แต่กำลังด่าคนอยู่แบบนี้มันแสบสันต์พอๆกับการโดนคนที่กำลังยิ้มให้เราด่าพ่อเลยจริงๆ ยกให้ 5 ดาวเลยครับ

lily_allen_2272401

เมื่ออัลบั้มแรกของเธอ Alright, Still ออกมา มันก็ยังเต็มไปด้วยเพลงที่แสบไม่แพ้กันคือ Not Big ที่แค่ชื่อเพลงก็พอจะรู้ความหมายแล้ว เธอยังด่าตรงๆเลยว่าแฟนเก่าเธอห่วยแตกบนเตียงมากๆ ยังมีเพลงจังหวะบราซิลเลี่ยนอย่าง Friday Night ที่เจ๋งขนาดทำให้เรานึกไปถึง Smoke City เลยทีเดียว โดยรวมแล้วมันคืออัลบั้มเพลงป๊อปเจือกลิ่นดนตรีหลากประเภทที่ทำออกมาได้ลงตัวเอามากๆ และเป็นอัลบั้มแถวหน้าจากศิลปินหญิงในปีนั้นเลยทีเดียว

และในปีที่ผ่านมา เธอก็กลับมาอีกครั้ง โดยเธอบอกว่าเธอจะเพิ่มความหลากหลายของแนวเพลงให้มากขึ้น ซึ่งมันก็ชัดเจนตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรก The Fear แล้ว ที่มันมีความเป็นเพลงเต้นรำมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก สมใจของเธอที่อยากได้เพลงที่สามารถทำให้แฟนเพลงสนุกได้เวลาเล่นสด ส่วนซิงเกิ้ลที่สองนั้นกลับมีกลิ่นของคันทรี่แบบคาวบอยโชยมาแต่ไกล เพลงที่แสบมาแต่ไกลอย่าง Fuck You ก็ขึ้นต้นอย่างน่ารักด้วยเปียโนกับเสียงร้องน่ารักๆ แต่เนื้อเพลงด่าจอร์จ บุชนั้นมันแสบสะใจจริงๆครับ ยิ่งท่อนฮุคอย่าง Fuck You Very Very Much มันก็ชวนให้แหกปากตามจริงๆครับ ส่วน Who’ve Have Known ก็เป็นร่างอวตารของ The Beatles กลายๆ และนั่นก็เป็นส่วนประกอบของอัลบั้มที่สองของเธอ It’s Not Me, It’s You ที่วางขายเมื่อปีที่แล้วและได้รับคำชมไปทั่วสารทิศจากความยอดเยี่ยมของมัน และที่สำคัญ ค่ายวอร์เนอร์บ้านเราใจป้ำพอที่จะออกเวอร์ชั่นพิเศษที่มีเพลงแถมอย่าง Womanizer เข้ามา บวกด้วย DVD แสดงสดสุดเจ๋งอีกด้วยครับ

56623720 จากความแสบ ฝีมือการแต่งเพลง การใช้เทคโนโลยี ทำให้เธอกลายเป็นศิลปินหญิงแถวหน้าในยุคนี้อีกคนจริงๆ และเราก็ยังไม่เบื่อที่จะฟังความแสบผ่านบทเพลงของเธอที่จะมีมาเรื่อยๆครับ

No comments: