Monday, March 12, 2012

L’Arc~en~Ciel: Live in Bangkok สายรุ้งพาดผ่านไทย

Technorati Tags: ,

หลังจากรอมานานแสนนาน ในที่สุด วงญี่ปุ่นที่ผมรักเหลือหลายอย่าง L’Arc~en~Ciel ก็ได้มาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทยเสียที หลังจากเป็นแฟนวงนี้ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาหนุ่มเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนไปเรียนที่ญี่ปุ่น ก็ดันเป็นช่วงที่พักวง เลยไม่ได้ดูคอนเสิร์ตแม้แต่ครั้งเดียว แต่ในที่สุด พวกเขาก็ได้มาเปิดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบที่เมืองไทยเต็มรูปแบบเสียที สมใจแฟนๆที่รอกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งในวันแถลงข่าว พวกเขาก็พูดถึงการมาเยือนเมืองไทยครั้งก่อนด้วย แม้จะไม่ได้เล่นคอนเสิร์ต แต่ครั้งนี้ พวกเขาบอกว่าจะเล่นกันเต็มที่เลย

DSC_4068

ในวันจริง พอผมไปถึงฮอลล์ตอน6โมง ก็มีแฟนเพลงมารอกันเพียบแล้ว และตำแหน่งทาง BEC เทโรจัดตั๋วให้นักข่าว คือโซนหน้าสุดที่เป็นโซนยืน ซึ่งแทนที่ผู้จัดจะปล่อยให้แย่งกันตามมีตามเกิด ก็ได้เตรียมการจัดคิวไว้ ให้คนมาก่อนได้เข้าก่อน ถือว่าแฟร์และมีระเบียบดีครับ ขอชมตรงนี้เลยจริงๆ พอเข้าไปก็ไปยืนตามที่ตัวเองจะหาได้

ตามกำหนดการณ์ คอนเสิร์ตจะเริ่มตอนสองทุ่ม ซึ่งพอพ้นสองทุ่มได้ไม่นาน ไฟก็ดับลง คนกรี้ดทั้งฮอลล์ที่เกือบเต็มความจุ พร้อมกับเวทีที่สว่างขึ้นมาด้วยกราฟฟิคบนจอ LCD ขนาดยักษ์ด้านหลังที่โชว์ประเทศต่างๆในทัวร์ครั้งนี้ และสมาชิกของวง ปิดท้ายด้วยภาพของ ไฮด์ (ร้องนำ) ที่ชกจอ และสมาชิกทั้งหมดก็ขึ้นมาบนเวที

พวกเขาเริ่มด้วยเพลง Ibara no Namida จากอัลบั้ม Ray ที่โด่งดัง โชว์พลังเสียงของ ไฮด์ได้เป็นอย่างที่ เล่นเอาคนทั้งฮอลล์กรี้ดกันแบบไม่ยั้ง แม้จะเป็นเพลงที่ไม่ได้เป็นซิงเกิ้ล แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างสูง จากนั้นพวกเขาตามติดด้วยซิงเกิ้ลล่าสุด CHASE ที่หนักสมกับเป็นเพลงที่ เค็น (กีตาร์) รับหน้าที่ในการแต่งร่วม ท่อนฮุคชวนให้แฟนแหกปากตะโกนตามเอามากๆครับ ก่อนที่จะปิดท้ายช่วงแรกด้วยเพลง Good Luck My Way อีกซิงเกิ้ลจากอัลบั้มล่าสุดที่ยังคงเรียกความสนุกจากแฟนเพลงได้เป็นอย่างดี

DSC_4072

หลังจากอัดไปสามเพลงแบบไม่ยั้ง พวกเขาก็หยุดทักทายแฟนๆ โดย ไฮด์เป็นคนรับหน้าที่คุย โดยคิดว่าน่าจะมีการบอกประโยคภาษาไทยผ่านหูฟัง เพราะพูดไปก็เอามือกดหูฟังไว้ตลอด (ฮา) แม้ประโยคทักทาย จะแปร่งๆไปบ้าง แต่ก็ออกมาได้น่ารักดี จากนั้น ไฮด์ก็สะพายกีตาร์ เล่นเพลงเด่นอีกเพลงคือ Honey จากชุด Ark ที่เป็นเพลงดังมากรวมทั้งในบ้านเราด้วย เท่านั้นล่ะครับ แฟนเพลงทั้งฮอลล์ก็แทบคลั่งพร้อมกันและแผดเสียงร้องกันไม่ยั้ง (ผมก็ด้วย) และตามด้วยเพลง Drink It Down ที่ที่หนักหน่วงแบบอินดัสเทรียล ตามสไตล์ของ ยูคิฮิโระ (กลอง) ที่เป็นเพลงประกอบเกม Devil May Cry 4 กราฟฟิคเปลวเพลิงด้านหลังมันช่างดุเดือดสมกับเพลงจริงๆ (ส่วนตัว ผมคิดว่าการที่ยูคิฮิโระ เข้ามาร่วมวงแทน ซากุระ ทำให้ขอบเขตของแนวเพลงกว้างขึ้นกว่าเดิมมาก) และปิดท้ายด้วย Revelation จากอัลบั้ม Smile

จากนั้นพวกเขาก็เล่นเพลง Hitomi no Junin (ผู้อาศัยในดวงตา) จากอัลบั้ม Smile เช่นกัน เป็นเพลงช้าๆ หวานๆที่ไฮด์ได้โชว์พลังเสียงเต็มๆอีกรอบ ก่อนจะตามติดด้วย XXX เพลงเซ็กซี่จากอัลบั้มล่าสุด ที่ค่อนข้างจะต่างไปจากงานทำพวกเขาทำเป็นประจำ ก่อนที่จะกลับไปเอาใจแฟนเพลงรุ่นเก่า (อย่างผม) ด้วยเพลง fate จากอัลบั้ม Heart ที่ท่อนฮุคเล่นเอาต้องแหกปากตะโกนตามเลย ยังไม่พอครับ ยังกระหน่ำต่อด้วย forbidden lover จาก Ark เพลงที่น่ากลัวอย่างอลังการจริงๆ จากนั้นก็เบรคด้วยช่วงที่ เค็น โชว์โซโลกีตาร์อย่างงดงามก่อนที่จะไล่เรียงโน๊ตไปยังท่อนขึ้นต้นเพลง My Heart Draws A Dream จาก Kiss เพลงโปรดสุดในช่วงหลังของผม เพราะมันช่างงดงามและเปี่ยมไปด้วยความหวังจริงๆ

DSC_4001

เมื่อจบเพลง เค็นได้ทำตามสัญญาคือ จะพูดเป็นภาษาไทย เขาเอาโพยที่เขียนออกมาอ่าน เล่าว่าได้ไปเที่ยวนู่นนี่ และซื้อของมาฝากยูคิฮิโระด้วย นั่นก็คือ เสื้อยืดกับฉาบนั่นเอง น่ารักไปอีกแบบดีครับ จริงๆแล้วเวลาค็นพูดกับคนดู มักจะเป็นมุขฮาๆ ทะลึ่งเสมอ งานนี้ คงเกรงใจเจ้าภาพครับ (ฮา)

พวกเขาต่อด้วยเพลง Seventh Heaven จาก Kiss อีกเพลง และตามด้วยเพลงดัง Driver’s High จาก Ark ที่แค่เสียงเครื่องยนต์รถดังต้นเพลงก็เล่นเอาคนกรี้ดสนั่นแล้ว ยังไม่พอ พวกเขายังต่อด้วย Stay Away อีกเพลงที่ดังเอามากๆจาก Real และปิดท้ายด้วย Ready Steady Go เพลงจาก Smile ที่ประกอบอนิเมะเรื่อง Full Metal Alchemist ด้วย ถ้าจำไมผิด (เพราะความมันทำให้เบลอ) ระหว่างเพลง เท็ตสึยะ (เบส หัวหน้าวง) แอบเอากล้วยมาตึเบสเล่นระหว่างเบรกในเพลง และตะโกนว่า “อยากกินกล้วยผมมั้ย” ในสำเนียงญี่ปุ่น ทั้งฮาทั้งเสียวกันทั้งฮอลล์ (ดีนะที่พูดชัด) ก่อนจะอัดกระหน่ำอีกรอบจนจบเพลงและพวกเขาก็ลาไป

แต่ใครจะเชื่อว่ามันจะจบแค่นั้น ทุกคนต่างช่วยกันตะโกนเรียกร้องให้พวกเขาออกมาอีกรอบ และในที่สุดพวกเขาก็กลับมากับเพลง anata (คุณ) อีกเพลงที่พลาดไม่ได้เลยจริงๆ จาก Heart ที่พวกเขาเล่นเป็นประจำในคอนเสิร์ต และก็ตามด้วย winter fall อีกเพลงเก่าจากชุดเดียวกัน เรียกเสียงกรี้ดจาแฟนรุ่นเก่าได้ไม่น้อย และเหมือนจะยังไม่หนำใจ พวกเขากระหน่ำต่อด้วยเพลง Blurry Eyes ซิงเกิ้ลแรกฐานะศิลปินค่ายใหญ่ให้แฟนๆได้ร้องตามอีกรอบ

DSC_4138

และไฮด์ก็ประกาศว่า ต่อไปเป็นเพลงสุดท้าย ซึ่งคงไม่แปลกอะไรที่จะหมายถึง Niji เพลงประจำวงของพวกเขา ที่แปลว่า สายรุ้ง เช่นเดียวกับชื่อวง และยังเป็นเพลงที่สำคัญมากๆ เพราะมันคือเพลงแห่งการกลับมาหลังจากที่วงประสบกับปัญหาต่างๆนาๆจนเกือบแยกวง แต่ก็กลับมาได้ด้วยเพลงนี้อย่างสวยงาม และการได้ฟังเพลงนี้สดๆเป็นการปิดท้ายมันช่างฟินเสียจริงๆครับ เล่นเอาน้ำตารื้นเลยทีเดียว จนพวกเขาลาเวทีไป ก็ยังประทับใจไม่ลืม แต่ก็มีกิมมิคส่งท้ายโดยเท็ตสึยะออกมาโยนกล้วยในตะกร้าแจกคนดูแบบที่เขาทำเป็นประจำ

คอนเสิร์ตของ L’Arc~en~Ciel ครั้งนี้ จัดได้อย่างประทับใจ สมกับที่รอกันมานานแสนนานจริงๆครับ พวกเขาทำงานกันได้โปรมากๆ แม้ว่าจะไม่ได้ฟังเพลงโปรดครบ แต่ก็เข้าใจว่าอายุวง 20 ปี แล้ว ก็มีเพลงมากมายที่เขาคงอยากให้พวกเราได้ฟังกัน และแฟนๆก็คงมีความสุขกันถ้วนหน้า หวังว่าคงจะมาอีกเร็วๆนะครับ

ชมภาพทั้งหมด

No comments: