Monday, August 27, 2012

Conor Maynard ใครว่าเขาคือบีเบอร์

Technorati Tags: ,

ในวัยสามสิบต้นๆ ผมเห็นเด็กรุ่นใหม่ตอนนี้แล้วแอบอิจฉานะ โอกาสที่เค้าจะประสบความสำเร็จในวงการเพลงมันมีมากขึ้นมาก (ไม่ได้หมายความว่าง่ายขึ้นนะ) เพราะเทคโนโลยีในการทำเพลงก็ถูกลง มีพื้นที่ให้แสดงออกได้มากขึ้น คุณอาจจะมีไอแพดซักเครื่อง ก็นั่งทำเพลงได้ เอามือถืออัดวิดีโอ เอาคลิปขึ้น YouTube แล้วแชร์ให้คนอื่นดูผ่าน Facebook หรือ Twitter ถ้าโชคดี คลิปนั้นดังแบบไวรัล คุณก็อาจจะกลายเป็นสตาร์คนใหม่ก็ได้

conor-maynard-3-1340017778-custom-0

วงดนตรีรุ่นแรกๆที่โดรงดังมากจากโลกไซเบอร์ ก็คงจะเป็น Arctic Monkeys ที่กลายเป็นวงดังตั้งแต่ยังไม่มีสัญญากับค่ายเพลง ส่วนศิลปินเดี่ยวที่อาศัยไมโครบล๊อกในการสร้างกระแสได้เรื่อยๆคือ Lily Allen และที่ดังจาก YouTube จนกลายมาเป็นซูปเปอร์สตาร์ในตอนนี้คือ ไอ้หนูบีเวอร์ Justin Bieber นั่นเอง ส่วนในบ้านเรา คงต้องยกให้กับ บี้ เดอะ สกา กับ น้องก้อง ที่ได้งานบันเทิงเป็นระยะๆ แต่เอาที่ประสบความสำเร็จในวงการเพลงเต็มตัวคงยังหาไม่เจอครับ และในตอนนี้ ในอังกฤษก็มีศิลปินหนุ่มน้อยหน้าใหม่ ที่โด่งดังขึ้นมาได้ด้วยคลิปใน YouTube จนเขาถูกเรียกขานว่าเป็น Bieber ฉบับอังกฤษเลยทีเดียว เขาคือ Conor Maynard

Conor Maynard (คอเนอร์) เจ้าหนูวัย 19 ปีจาก ไบรต์ตัน เมืองแห่งการปาร์ตี้ชื่อดังของเกาะอังกฤษ กำลังกลายเป็นศิลปินน้องใหม่ที่มาแรงที่สุดอีกคนนึงในเกาะอังกฤษ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่ามันเหมือนกับฝันไป เพราะจากเด็กน้อยโนเนม เค้าก็กลายมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของเกาะอังกฤษไปอย่างเรียบร้อยและกลายเป็นจุดสนใจของทุกสายตา

ไอ้หนูเมย์นาร์ดเริ่มต้นเหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆที่อยากจะเป็นนักร้อง ก็เลยร้องเพลงของคนนั้นคนนี้ ถ้าเป็นรุ่นผม อยากมากก็ได้ร้องในงานประกวดของโรงเรียนล่ะครับ แต่ในยุคที่ใครก็เป็นดาราหน้าจอได้ ถ้ามีฝีมือก็ไม่ปล่อยให้เสียเปล่าครับ อัพวิดีโอขึ้น YouTube ซะ แล้วจะดีเองครับ เขาเริ่มอัพวิดีโอที่เขาคัฟเวอร์เพลงของศิลปินดังต่างๆขึ้นบน YouTube อย่างเช่น Taio Cruz, Usher, Ne-Yo และ Rihanna (!?!) ซึ่งทำยอดผู้ชมรวมได้ถึง 90 ล้านครั้ง และก็ไปเข้าสายตาค่ายเพลงต่างๆ (เดี๋ยวนี้แมวมองนั่งอยู่บ้านเสิร์ชคลิปก็ได้)

และคนแรกที่ติดต่อเขาไปคือ Ne-Yo นั่นเองครับ เป็นผมคงไม่เชื่อนะว่าคนระดับนั้นจะมาติดต่อ และNe-Yo ก็ได้เสนอสัญญาให้กับเขาพร้อมทั้งยืนยันว่าจะโปรดิวซ์เขาด้วย คงคล้ายกับการที่ Usher ไปอุ้มเอา Justin Bieber มาปั้นนั่นล่ะครับ ซึ่งอีกคนที่จะดึงเขาไปทำงานด้วย แต่ไม่ทัน โดนตัดหน้าไปก่อนคือ Pharrell Williams แห่ง The Neptunes แต่ก็ยื่นโอกาสให้เขาไปทำงานเพลงร่วมกันด้วยครับ

จากเด็กธรรมดา ไอ้หนูเมย์นาร์ดก็กลายมาเป็นศิลปินที่ร้อนแรงที่สุดคนหนึ่ง เขาถูกเสนอชื่อเข้าประกวดศิลปินหน้าใหม่ Brand New ของ MTV UK แข่งกับศิลปินที่มาแรงอย่าง Lana Del Rey และ Delilah และเขาก็ชนะไปด้วยคะแนนโหวตเกือบครึ่ง ก่อนที่เขาจะเซ็นสัญญากับค่าย EMI เสียด้วยซ้ำ

Conor-Maynard-Contrast-600x600

และในเดือนเมษายน ศิลปินฟอร์มร้อนอย่างเขาก็ออกซิงเกิ้ลแรกซึ่งก็คือ Can’t Say No ซึ่งเป็นผลงานการแต่งของเขาเองและโปรดิวซ์โดย The Invisible Men ที่โปรดิวซ์เจซซี่เจมาก่อน และมันก็เป็นเพลงพ๊อพฟังได้สนุกๆ แต่ไม่ใช่เพลงพ๊อพจ๋าแบบเพลง Baby ที่สร้างชื่อให้กับจัสตินบีเบอร์ แต่มันมีบีทแบบหน่วงๆไล่ไปตลอดเพลง เหมาะกับการเอาไปรีมิกซ์เปิดในคลับมากกว่าครับ เบสบวมขนาดนั้น บวกเข้ากับเสียงร้องที่ออกสูงแต่มีชีวิตชีวา ทำให้เพลงออกมาลงตัว และส่งให้เขาขึ้นไปถึงอันดับ2ของชาร์ตซิงเกิ้ลในเกาะอังกฤษได้อย่างงดงามจะแพ้ก็แค่เพลง Call Me Maybe ของ Carly Rae Jepsen ที่กำลังหลอนทุกท่านในตอนนี้อยู่ล่ะครับ (ถ้าไม่นับกังนัมสไตล์นะ)

ส่วนทางฝั่งอเมริกา เขาเปิดตัวด้วยเพลง Vegas Girl ที่จังหวะไม่เร็วมากและยังอบอวลไปด้วยเสียงเบสหน่วงๆเช่นเดียวกับเพลงก่อนหน้า ซึ่งคงเป็นเพราะมันคือผลงานการโปรดิวซ์ของ The Invisible Men มันขึ้นไปถึงอันดับ 4 บนบิลบอร์ดชาร์ต ดังข้ามฟากไปที่อเมริกาเลย และเป็นเพลงนี้ล่ะครับ ทำให้คิดว่า การเอาเขาไปเปรียบกับ Justin Bieber นั้นเป็นความเข้าใจผิดเป็นอย่างมาก

ยิ่งพอได้ฟังอัลบั้มเต็ม Contrast ที่พึ่งออกมา ยิ่งเห็นได้ชัด แม้ไอ้หนูรุ่นเดียวกันอย่าง Justin Bieber จะโด่งดังมาก่อนด้วยแนวทางเดียวกัน แต่เมื่อดูที่งานเพลงแล้ว ต่างกันไปมากครับ ของ Bieber คือเพลงบับเบิ้ลกัมพ๊อพเอาใจวัยทวีน (กึ่งเด็กสาวกึ่งหญิงสาว) แต่เพลงของเมย์นาร์ด จะมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่า โทนเพลงมักจะเป็นเพลงที่เหมาะสำหรับเปิดในคลับโยกไปกับสาวในชุดหวิวมากกว่างานเลี้ยงเด็กมัธยม บวกกับน้ำเสียงของเขาที่มีความเป็นผู้ใหญ่ที่นิ่มนวลสไตล์ R&B มากกว่า ทำให้คิดไปถึงอีกจัสตินครับ นั่นคือ Justin Timberlake ที่หลังจากทิ้งงานสุดเท่ไว้เมื่อหลายปีก่อน ก็หันไปเล่นตลกกับแสดงหนังอย่างเดียว ทำให้ เมย์นาร์ดน่าจะอาศัยโอกาสนี้มาเติมเต็มช่องว่างนี้ได้ครับ

เมื่อฟังทั้งอัลบั้มยิ่งได้เพลินครับ เริ่มตั้งแต่เพลงแรก Animal ที่เปิดอัลบั้มด้วยเพลงที่เร็วพอที่จะเต้นได้ และยังไม่ขาดเสียงเบาสหน่วงๆตลอดเพลงครับ เป็นเพลงพ๊อพที่ฟังได้สบายๆ ส่วนเพลง Turn Around ที่ Ne-Yo ลงมาร่วมงานเองด้วย เป็นเหมือนบรรยากาศที่สดชื่นในเช้าวันใหม่ด้วยเสียงระดับยอดเยี่ยมของทั้งคู่ ส่วนเพลง Lift Off ที่ร่วมงานกับ Pharrell มีแนวโน้มที่ดี แต่เสียดายที่มันยังขาดอะไรบางอย่างอยู่ จนไม่สามารถขึ้นบินได้เต็มที่ ส่วน Better Than You ร่วมงานกับ Rita Ora หรือ Rihanna ของฝั่งอังกฤษ ที่ผสมกลิ่นของ Dubstep เข้าไปบนเนื้อเพลงที่แสบสันต์ (หาใหม่ได้ดีกว่าเธอ) ก็เท่ไม่เบาครับ

Contrast เป็นงานเปิดตัวของศิลปินพ๊อพหน้าใหม่ที่ผมถือว่าอยู่ในกลุ่มเยี่ยมเลยล่ะครับ แม้ว่าเพลงเด่นๆจะหนักอยู่ที่ช่วงต้นอัลบั้ม แต่ก็ยังถือได้ว่าอยู่คนล่ะลีกกับศิลปินพ๊อพวัยทีนคนอื่น เพราะว่าเขาทะเยอทะยานพอที่จะพยายามแบกน้ำหนักขึ้นไปชกกับรุ่นใหญ่ และจัดได้ว่าทำได้ไม่เลวเลยล่ะครับ ที่สำคัญ อย่าได้เอาเขาไปเทียบกับบีเบอร์เลยครับ

2 comments:

Unknown said...

ขอบคุณสำหรับblog ดีๆนะคะ เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่าน แบบบังเอิญ ขอติดตามต่อไปนะคะ :)

Unknown said...

ขอบคุณที่ชอบครับ :)