Monday, January 6, 2014

Looking Back 2013

สวัสดีปีใหม่ 2014 ครับ จริงๆผมควรจะเขียนบทความนี้ในเล่มสัปดาห์ก่อน แต่ดันไม่รู้ก่อนว่า เล่มสัปดาห์ก่อนเป็นเล่มพิเศษ บทความผมต้องเว้นวรรค แทนที่จะได้ส่งท้ายปีเก่า เลยต้องย้ายมาสวัสดีปีใหม่ในเล่มนี้แทน (รู้งี้เก็บ Aloe Blacc ไว้ลงคราวหลังดีกว่า) หลายท่านคงจะเริ่มกลับมาทำงานวันนี้ บางท่านก็กลับมาทำงานตั้งแต่วันที่ 2 แล้ว กลับมาครั้งนี้ก็ขอมองย้อนกลับไปปีที่แล้วว่ามีอะไรที่น่าประทับใจเป็นการส่วนตัวบ้างครับ

คอนเสิร์ตแห่งปี ปีที่ผ่านมา ได้ดูคอนเสิร์ตน้อยครับ ไม่รู้ทำไม ที่ควรได้ดูก็เลื่อน ที่อยากดูบางอันก็พลาด แต่ก็ยังชื่นใจที่มีคอนเสิร์ตเจ๋งๆอย่าง Sonic Bang ให้ได้ดู เพราะสเกลของคอนเสิร์ตมันใหญ่มาก ศิลปินเยอะ จะเป็นการบุกเบิกเทศกาลดนตรีของไทยก็ว่าได้ อยากให้มีแบบนี้ทุกปีครับ ต่อให้ไม่ได้ถูกใจกับศิลปินที่มาทุกคน แต่แน่นอนว่า ก็มีอะไรให้ทุกคนได้สนุกกันแน่ๆ ผมเองก็เพลินกับวงร๊อคจากยุคตัวเองอย่าง Ash และ Placebo แต่ที่เหนือความคาดหมายสุดๆคือ Far East Movement ที่ผมกะไปดูแค่สนุกๆ แต่กลายเป็นว่า มันโคตรๆ สนุกตั้งแต่ต้นจนจบ เอนเทอร์เทนคนดูได้อยู่หมัด จนเรียกได้ว่า ถ้ามาอีกก็คงไม่พลาดแน่นอนครับ สนุกขนาดนั้น อีกคอนเสิร์ตนึงที่อดจะพูดถึงไม่ได้คือ Bloc Party ที่จัดให้หนำใจ สมกับที่แฟนเพลงรอมานานเช่นกันครับ

Monday, December 23, 2013

Aloe Blacc เสียงนุ่มๆรับลมหนาว

จู่ๆ ใครจะเชื่อนะครับว่า ลมหนาวที่โผล่มาทักทายบางกอกได้วันสองวันแล้วหายไป มันจะกลับมาอีก แล้วรอบนี้กลับมาที ยาวและหนาวเชียว น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมอยู่กรุงเทพแล้วรู้สึกหนาว แต่ก็ยังธรรมดาถ้าเทียบกับที่ขอนแก่นแต่ก่อน แต่เวลาอากาศหนาวๆแบบนี้ แทนที่จะฟังเพลงร๊อคที่เร่าร้อน อากาศชิลๆแบบนี้ ก็ขอฟังเพลงนิ่มๆ เบาๆ ฟังสบาย และอีกหนึ่งศิลปินที่ผมชอบฟังในช่วงนี้เหลือเกินคือ Aloe Blacc หนุ่มผิวสีเจ้าของเสียงร้องระดับเทพ

aloe-blacc

Aloe Blacc เกิดในครอบครัวชาวปานามาที่อาศัยอยู่ในออเรนจ์เคาน์ตี้ แคลิฟอร์เนีย เขาโตมากับการเล่นทรัมเป็ตตั้งแต่ชั้นประถม ซึ่งเขาก็เป่าอย่างจริงจังมาเรื่อยๆ จนช่วงเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เขาก็เลือกให้ความสำคัญกับการเรียนก่อนดนตรี แต่ถึงอย่างนั้น ก็สามารถเรียนรู้การเล่นกีตาร์ และเปียโน หลังจากจบการศึกษาจาก USC เขาก็เข้าทำงานในบริษัท แต่สุดท้าย เขาก็ทนแรงดึงดูดของวงการเพลงไม่ไหว ต้องออกจากงานหันกลับมาทำงานเพลงตามที่ใจเรียกร้อง

Monday, December 16, 2013

Tour de Farm สองล้อกับเป้าหมายประจำปี

ระหว่างที่ท่านๆทั้งหลายถือหนังสือพิมพ์ฉบับนี้อ่านอยู่ ก็เหลืออีกแค่ไม่กี่วัน ก็จะหมดปี 2013 แล้วนะครับ แป๊บๆ ก็หมดไปอีกปีล่ะ เร็วจริงๆ ไม่ทราบว่ามีท่านไหนที่เวลาเริ่มต้นปี จะกำหนดเป้าหมายของตัวเอง ว่าปีนี้จะทำอะไรไหมครับ หรือที่ฝรั่งเค้าเรียกว่า New Year Resolution นั่นล่ะครับ

1470307_10152073514270289_535417604_n

บางคนอาจจะเลือก เลิกบุหรี่ หางานใหม่ ลดน้ำหนักให้ได้ ซึ่งการจะสำเร็จแต่ละเป้าหมายนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย ส่วนของผม มีสองเป้าหมาย อย่างแรกคือ เลื่อนระดับขึ้นมาวิ่งฮาฟมาราธอน ให้ทันกรุงเทพมาราธอน ซึ่งก็หมดโอกาสไปแล้ว เพราะเกือบทั้งปีผมเจ็บจากอาการเอ็นพลิก เพราะไม่ยอมยืดกล้ามเนื้อให้ดีตอนวิ่งขอนแก่นมาราธอน เลยอดซ้อม ต้องอยู่ที่มินิมาราธอนเหมือนเดิม เลื่อนไปปีหน้าแทน แต่อีกเป้าหมายหนึ่งคือสิ่งที่ผมจะทำในวันพรุ่งนี้ คือการแข่งจักรยานรายการ Tour de Farm ในรุ่น 107 กิโลเมตร ซึ่งผมไม่เคยปั่นระยะขนาดนี้มาก่อนเลย แต่ก็เป็นเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จให้ได้ครับ

Monday, December 9, 2013

Death from Above 1979 คู่หูนรกพร้อมกลับมาแล้ว

วงดนตรีหลายวงเกิดแล้วแตกดับไปตลอดเวลา แต่ก็มีหลายวงที่ดับไปแล้วยังกลับมารวมตัวกันใหม่ได้ และหนึ่งในวงที่กลับมาใหม่ที่ผมรอคอยผลงานเอามากๆก็คือ Death from Above 1979 ที่เป็นวงสุดคัลต์ในตำนานอีกวงหนึ่ง

Death From Above 1979

Death from Above 1979 ถือกำเนิดจากการโคจรมาพบกันของสองหนุ่มชาวแคนาดา Jesse F. Keeler (เจส เบส ซินธ์) อดีตสมาชิกวง Black Cat #13 และ Sebastien Grainger (เซบาสเตียน ร้องนำ กลอง) ในคอนเสิร์ตของ Sonic Youth และก็ตัดสินใจร่วมกันทำงานเพลงในนาม Death from Above โดยทะลึ่งพอที่จะไม่เอามือกีตาร์ที่แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของวงร๊อคทั่วไปมาอยู่ในวง โดยให้เหตุผลง่ายๆว่า “ไม่จำเป็น” และ “ไม่อยากแบ่งค่าตัว”

Monday, December 2, 2013

Placebo ฉันจะคัลต์ใครจะทำไม

สำหรับวงดนตรีที่ไม่ได้โด่งดังในตลาดเมนสตรีมมาก เมื่อทำวงไปได้ถึงจุดหนึ่ง จะเริ่มเจอกำแพงคือ ทำยังไง เพลงก็ไม่ดังไปกว่าเดิม หลายวงก็ท้อจนเลิกวง แต่บางวง ก็สามารถปรับสถานะกลายเป็นวงคัลต์ ทำเพลงเพื่อรับใช้ฐานแฟนเพลงของตัวเองเป็นหลัก วงประเภทหลังมักจะอยู่ในตลาดได้นานกว่า ซึ่ง Placebo ก็เป็นอีกหนึ่งวงที่อาศัยแนวทางนี้

PLACEBO1

กำเนิดของวง Placebo ออกจะเหมือนนิยายน้ำเน่าหน่อย สองแกนนำหลักของวงคือ Brian Molko (ไบรอัน ร้องนำ กีตาร์) หนุ่มฝรั่งเศส และ Stefan Olsdal (สเตฟาน เบส) หนุ่มสวีเดนนั้น เคยเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน แต่ก็ไม่รู้จักกัน จนบังเอิญได้มาเจอกันที่อังกฤษ โดยที่ Brian ชวน Stefan มาดูเขาเล่นสนในบาร์ และ Stefan เห็น Brian มีศักยภาพล้นเหลือจึงตัดสินใจว่า ควรจะเริ่มตั้งวงกับไอ้หมอนี่ พวกเขาได้ Robert Schutlzberg (โรเบิร์ต) หนุ่มสวีเดนที่รู้จักกันกับ Stefan มาก่อน มาเล่นกลองให้ ในที่สุด วงนานาชาติชื่อ Placebo ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น