Showing posts with label Travel. Show all posts
Showing posts with label Travel. Show all posts

Monday, June 10, 2013

Hello Myanmar 24 ชม. ในเมียนมา

จั่วหัวแบบนี้ ชัดครับ นอกเรื่องดนตรีอีกแล้ว แฮ่ นานๆที คงไม่เป็นไรนะครับ พอดี มีโอกาสได้ไปประเทศเมียนมา หรือที่เราคุ้นกันดีว่า พม่า ซึ่งผมพยายามจะเรียกว่า เมียนมา มากกว่า เพราะถือเป็นการให้เกียรติเขา ที่กลับมาใช้ชื่อประเทศเดิม ไม่ใช่ชื่อที่ต่างชาติตั้งให้เพราะสะดวกปาก (รวมไปถึงเมือง ย่างกุ้ง ไม่ใช่ แรงกูน แบบสำเนียงฝรั่ง) ซึ่งเห็นได้บ่อยในปัจจุบัน (อย่าง บอมเบย์ ก็เป็น มุมไบ แทน)

P1040719

ที่มีโอกาสได้ไปเมียนมาเป็นครั้งแรก เพราะถูกเรียกตัวไปช่วยงานล่ามภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่นโดยกะทันหัน แบบ บอกวันเสาร์ บินเย็นวันจันทร์ เลยต้องรีบจองตั๋วเครื่องบิน รีบไปยื่นวีซ่าด่วน (ก็ยังงงว่า ASEAN ทำไมต้องขอด้วย ไปที่อื่นก็ Visa on Arrival ได้) ตกเย็นก็บินกับบางกอกแอร์เวย์ไปย่างกุ้งวันนั้นเลย แถมไปแบบแค่ 24 ชม.

Monday, April 16, 2012

กัมพูชา ในวันที่เปลี่ยนไป

Technorati Tags: ,
จั่วหัวแบบนี้ แน่นอนครับว่า ครั้งนี้ นอกเรื่องอีกแล้ว เรื่องของเรื่องคือ เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมได้ไปที่กัมพูชาเพื่อถ่ายทำรายการ ASEAN Journey ซึ่งจะแนะนำประเทศต่างๆในอาเซียน โดยจะออกอากาศเวลา 21.00 น. ทางช่อง NBT ทุกวันอาทิตย์ครับ เมื่อวานออกเทปแรกที่ถ่ายที่ลาวไปแล้ว (พื้นที่โฆษณา) และก็ไปกัมพูชาเพื่อถ่ายทำรายการ เลยอยากเอาประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังครับ
P1020490-1
ผมไปกัมพูชาครั้งแรกเมื่อสิบปีก่อน โดยไปแต่ที่เสียมราฐ เพื่อไปดูนครวัดเท่านั้น ครั้งนี้ เลยเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นเมืองหลวงอย่างพนมเปญและเมืองท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่สีหนุวิลล์ เล่นเอาตื่นเต้นก่อนเดินทางไม่น้อยครับ สายการบินบางกอกแอร์พาเราเดินทางจากกรุงเทพถึงสนามบินพนมเปญในเวลาแค่ชั่วโมงนิดๆ พอเดินในสนามบิน ก็จัดว่าไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ออกแบบได้น่าสนครับ ทำแบบโล่งๆแบบบ้านทางเอเชีย ทำให้รู้สึกเย็นสบาย และออกเดินทางจากสนามบินมานานก็ถึงตัวเมืองโดยใช้ถนนที่น่าจะดีที่สุดแล้ว เนื่องจากเป็นถนนตรงจากสนามบินสู่ทำเนียบรัฐบาลและสำนักนายกฯเลย ซึ่งอาคารทั้งสองใหม่และออกแบบได้โดดเด่นน่าตื่นตามากครับ ยิ่งพึ่งเสร็จงานประชุม ASEAN หมาดๆ จึงยังเหลือการตกแต่งต่างๆอยู่

Wednesday, December 7, 2011

แสงไฟ ความมืด ความเหงา โตเกียว และกรุงเทพ

ช่วงนี้ ความสุขอย่างหนึงของผมคือ การขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจไปตามท้องถนนในกรุงเทพตอนกลางคืน 3ce085f29d874bb096f9b730f3c0fc47_7ซึ่งก็ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์หรููอะไรหรอกครับ แค่ GTO มือสองที่เอามาแต่งแบบเรโทรให้คล้ายกับ Z400 ที่ผมชื่นชอบนั่นเองครับ ซึ่งที่ผมโปรดปรานการซิ่งตอนกลางคืน ไม่ใช่เพราะว่าอยากทำตัวแวนต์หรืออะไร แต่เป็นเพราะว่า อากาศที่เย็นสบาย ถนนที่โล่ง และความสุขของการขับรถมอเตอร์ไซค์ใต้แสงไฟนีออนที่หลงไหลเพราะเพลง Motorcycle Emptiness ที่กรอกหูตัวเองมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เพราะมันมีความเหงาแฝงอยู่ในความมืดที่ๆแสงไฟส่องไปไม่ถึงอยู่เสมอ

และการซิ่งตอนกลางคืนกลับทำให้ผมนึกถึงอดีตสมัยอยู่ที่ญี่ปุ่นได้อย่างน่าประหลาดใจ ทั้งๆที่ผมไม่เคยซิ่งมอเตอร์ไซค์ตอนอยู่ที่นั่นเลยแท้ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าตอนที่อยู่ที่นั่น ผมปั่นจักยานบ่อยมาก และบางครั้งก็ปั่นเป็นระยะทางไปกลับเกิน 10 กิโล เพื่อที่จะไปหาแฟนเท่านั้นเอง แต่บรรยากาศของการฝ่ายสายลมท่ามกลางแสงไฟตอนกลางคืน คือความสุขที่ผมหลงไหลมาก

Tuesday, June 23, 2009

ไปเที่ยวจันทบุรีมา

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปสะเอะเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง หลังจากที่ไม่ได้ไปมานาน พอเพื่อนโป๊ะชวน ก็ตกลงไปทันที (ใจง่าย) และหลังจากเคลียร์งานเรียบร้อยแล้ว เราก็ตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่ง เพื่อแหกขี้ตาขับรถไปจันทบุรี โดยที่ไม่รู้ว่าจะต้องไปพักที่ไหน จะไปไหนบ้าง เพราะคนอื่นจัดให้หมด แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ไปเลยไม่ต้องคิด

ทั้งทริปมีสมาชิก 12 คน โดยเราเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เป็นพนักงานของรอยเตอร์เหมือนชาวบ้านเค้า แต่ก็ไม่เป็นไร ไปด้วยรถตู้คันนึง กะแคมรี่ที่รักของเราอีกคัน และหลังจากขับรถตลอดช่วงเช้า เราก็ถึงที่พักและไปดูโลมาที่โอเอซิส ซี เวิลด์ ก่อนเลย

IMG_3694
จริงๆแล้ว เราเคยมาดูโลมาที่นี่สมัยตั้งแต่มันพึ่งเปิด จำได้ว่า ยังบ้านนอกมากๆ แล้วก็บ่อใหญ่กว่านี้ หลายปีผ่านไป เปลี่ยนบ่อ แต่คนดูก็ยังน้อยจนน่าเป็นห่วง ทั้งๆที่โชว์ก็สนุกดี แต่อาจจะเป็นเพราะมีแต่โชว์อย่างเดียวมันก็น่าเบื่อไปหน่อย แต่ขอชมจริงๆที่ใจรักทำโชว์แบบนี้มาตลอด

 

IMG_3703
โชว์ขี่โลมาสองตัว เจ๋งดี แต่จังหวะที่ถ่ายได้เหมือนพี่แกจะล้มหัวคว่ำแล้ว

IMG_3707
เสร็จแล้วก็ไปเดินดูป่าโกงกางที่ คุ้งกระเบน ทำให้ได้รู้ว่า คนที่นี่เรียกพะยูนว่า หมูดุด มิน่า เห็นป้ายหมูดุด เต็มไปหมด มีกระทั่ง ก๋วยเตี๋ยวหมูดุด (คงไม่ได้กินพะยูนหรอกนะ)

 

IMG_3714


เก๊กหล่อเล่นซักรูป

 

IMG_3723


กะเพื่อนโป๊ะ และอ้อม ที่เดินทางด้วยกันตลอดทริป

 

IMG_3730


ในที่สุดก็ได้ลงเล่นน้ำทะเล แต่ว่าเพราะเป็นช่วงลมแรง น้ำเลยมีทรายปนเยอะ ไม่ค่อยสวย แถมเสือกคันอีก หาดก็ตื้นสมชื่อ ว่ายตั้งนานกว่าจะเจอที่ลึก แต่เพื่อนๆที่ไปด้วยกัน บอกว่าจะคลืนดูดไปนอกฝั่ง เกือบตาย เลยพยายามเลี่ยงดีกว่า เสียว ไม่ได้ฟิตเหมือนเมื่อก่อน เดี๋ยวตายพอดี เล่นได้ซักหน่อยเลยเลิกเลย

IMG_3732


บรรยากาศทะเลงามๆยามเย็น ก่อนที่จะไปสวาปามของทะเล และเล่นไพ่เล่นเกมก่อนนอน ขอบคุณเพื่อนโป๊ะที่สนับสนุน Green Label ถ้าไม่ขับรถป่านนี้เมาอ้วกสามรอบแล้ว ฮึ่ม

IMG_3751


ตื่นแต่เช้า มายัดทานอีกรอบ แล้วค่อยไปเดินเล่น เจอรูปูขนาดเล็ก เยอะมากๆ แล้วปูก็ตัวเล็กจริงๆ น่าจะเล็กกว่าแมงมุมตามบ้านอีก นี่อ้อมจับมาได้ตัวนึง นี่ขนาดว่าตัวใหญ่แล้วนะ เล็กโคตรๆ

IMG_3762


เสร็จแล้ว จะไปเล่นน้ำที่น้ำตกพลิ้วกัน เพื่อนบอกว่า ปลาเยอะมาก แต่ทุกคนไม่ได้คิดอะไร จนไปถึง เจอปลาเข้าไป ไม่มีใครลง นอกจากเพื่อนคนที่พูด กะเราเอง ที่ทำใจหลายรอบกว่าจะลงได้ แต่อย่างว่า ไหนๆก็ไหนๆวะ ยังกะเล่น Fear Factor ปลาแม่งมาล้อมเกือบตลอด ไม่ได้กลัวคนเลย

IMG_3765 
ถ้าภาพตะกี้ดูไม่เยอะ ต้องภาพนี้เลย เยอะโคตร กะลังโดนไล่งับหัวนมอยู่ ไม่ใช่ถั่วฝักยาวนะโว้ย

IMG_3775 
ถ้าสงสัยว่าปลาอะไร ก็นี่เลย มีพิษอีกตะหาก ถ้าไม่มีคงโดนกินหมดแล้ว จับง่ายสุดๆ แต่พอไปค้นเพิ่ม เห็นบอกว่าเสี่ยงต่อการสูญพันธ์เหมือนกิน

IMG_3792
แต่พอมาดูรูปนี้ บอกได้คำเดียวว่า กูไม่เชื่อหรอกว่าจะสูญพันธ์ หอกเถอะ เล่นเอาปลาอื่นไม่มีที่อยู่เลย ดำพรืดไปหมด น่ากลัวจริงๆ

หลังจากที่เล่นกับปลาเสร็จ ก็ไปกินข้าวในตัวเมือง และกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ทริปสั้นๆ คืนเดียว แต่สนุกดี เพลินๆ เดี๋ยวมีโอกาสต้องหาทางไปอีก แต่คงไม่ไปเล่นกะปลาแล้วล่ะว่ะ ครั้งเดียวพอ

Wednesday, March 11, 2009

The French Experience

ขณะที่กำลังเขียนต้นฉบับนี้อยู่ ผมกำลังพยายามปรับตัวกับอาการ Jet Lag (เจ็ทแล๊ก ไม่ใช่ แหยกเล็ด) จากการเดินทางกลับจากการไปท่องทวีปยุโรปเป็นครั้งแรก และตามวิสัยแล้ว ก็ต้องเอาประสบการณ์มาเผื่อแผ่ให้ท่านผู้อ่านที่รักได้ตามอ่านกัน โดยที่ผมคงจะต้องขอแซมที่เรื่องดนตรีหน่อย ไม่งั้นจะโดนหาว่านอกเรื่องเกินไป (นานๆขอที)

 

ทัวร์ที่ผมไปคือทัวร์สมนาคุณที่ทางบริษัทบัตรเครดิต KTC ตอบแทนให้กับทางธนาคารกรุงไทย ที่ป๊ะป๋าผมเคยทำงานอยู่ เลยขออาศัยบุญไปเปิดซิงยุโรปเป็นครั้งแรกด้วย หลังจากเดินทางด้วยสารบินQatar Air เป็นเวลารวม 16 ชั่วโมง ทันทีที่เท้าผมเหยียบสนามบินนานาชาติซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ก็ต้องประทะกับความหนาวของช่วงปลายฤดูหนาวของยุโรปทันที แต่ไม่มีปัญหาอะไรกับคนที่ทนหนาวมาก่อนอย่างผม ระหว่างทางไปชะโงกที่โน่นที่นี่ คุณบ๊อบ พลขับของเราก็เปิดวิทยุคลอไปพลาง ท่าทางแกจะชอบเพลงเก่าสมวัย ผมเลยได้ฟังเพลงฮิตเก่าๆคลอไปเรื่อยๆ ครึ่งวันแรกเราแวะน้ำตกไรน์ และกรุงเบิร์นเล็กกระจิ๋วหลิวจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเมืองหลวง ผมโดนเด็กแถวนั้นตะโกนทักด้วยภาษาญี่ปุ่น จนต้องบอกไปว่า ตูมาจากไทยโว้ย ด้วยภาษาเยอรมันกระท่อนกระแท่นไป แต่ก็สนุกดีครับ ตอนนี้ก็ยังไม่หนาวหรอกครับ แต่พอไปที่ Interlagen ที่เราจะพักเพื่อเตรียมไปที่ Jungfrau ก็ได้เจอกับทุ่งหิมะขาวโพลนอันสวยงาม และหนาวโคตรๆครับ พอได้ซัดมื้อเย็นเป็นฟองดูว์แสนอร่อย ก็เข้านอนในโรงแรมสุดคลาสสิก ผมนึกกลับไปว่า วันนี้ทั้งวัน เจอคนสวิสพูดทั้งเยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว เล่นเอาอิจฉาจริงๆที่รากฐานการศึกษาของเขานั้นดีจริงๆ นี่แหละครับ รัฐสวัสดิการ ที่ภาษีแพงๆได้กลับคืนสู่ประชาชนด้วยการศึกษาและสวัสดิการทางสังคมที่ดี ไม่ใช่ให้ข้าราชการไปดูงานเปลืองๆ

 

วันต่อมาได้ไปขึ้นเขา Jungfrau ที่เป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในโลก หนาวไม่ต้องคิดเลยครับ เจอแต่หิมะ ตกเย็นไปที่ลูเซิร์น และค้างในโรงแรมหรูอีกแล้ว ก่อนที่จะช๊อปปิ้งบ้างในวันต่อมา (ไม่มีเงินครับ) และมุ่งสู่ Dijon ในฝรั่งเศส

 

จะเห็นได้ว่า ผมแทบไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับดนตรีในช่วงที่อยู่ที่สวิสเลย เพราะบ้านนี้เมืองนี้มันมีเรื่องพวกนี้น้อยจริงๆครัล ไม่เห็นคลับ ไม่เห็นโปสเตอร์ เจอแค่โปสเตอร์วง Uriah Heep แผ่นเดียวเท่านั้น กับร้านซีดีที่ขายเพลงเมทัลเก่าๆ นึกอีกที วงดนตรีจากประเทศนี้ก็ไม่ค่อยมี สงสัยรับของเยอรมันกับฝรั่งเศสมาหมดUriah Heep Joe Cocker

 

หลังจากค้างที่ Dijon หนึ่งคืน วันต่อมาก็ได้นั่ง TGV รถไฟที่เร็วสุดของยุโรปเข้าสู่ตัวปารีส ผมก็ได้สัมผัสถึงดนตรีรอบๆตัวผมอย่างเต็มที่เลยครับ แค่ลงจากสถานี ก็เจอกลุ่มวัยรุ่นถือธง AC/DC พอคุยด้วยหน่อยก็พอจับใจความได้ว่าไปดูสดที่อดีตคุกบาสติลล์มา แค่ก้าวแรกก็ท่าทางจะสนุกแล้วครับ

 AC/DC Live

ทางทัวร์ก็พานั่งรถวนไปทั่วเมือง และนั่นเองที่ทำให้ผมต้องปากค้าง คนที่ใช้ชีวิตในญี่ปุ่นมาพอตัวอย่างผม รู้ว่าเมืองนอกมันเจริญกว่าบ้านเรา แต่ปารีสนี่ต่างออกไปเลยครับ มันคือการผสานกันระหว่างศิลปะในอดีตกับเทคโนโลยีแสนก้าวหน้าได้อย่างลงตัว ตึกรามบ้านช่องต่างๆก็ล้วนแต่รักษาของเก่าไว้ได้อย่างดีไม่น่าเชื่อครับ เรียกได้ว่า เมืองทั้งเมืองเหมือนเป็นงานศิลปะชั้นดีเลยจริงๆ นี่แหละครับ การรักษาตึกรามบ้านช่อง และชุมชนเก่าแก่ที่แท้จริง ไม่เหมือนบางประเทศที่พยายามไล่ชุมชน ทำสวนสาธารณะ แต่ไม่ยอมลดคอนโดอุบาทว์ริมน้ำบ้าง ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมศิลปินดังๆในโลกถึงอาศัยในเมืองนี้เยอะจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านทัศนศิลป์หรือด้านดนตรี เมืองๆนี้ให้กำเนิดศิลปินอย่าง Serge Gainsbourg, Stereolab หรือวงแดนซ์ระดับตำนานอย่าง Daft Punk และรุ่นน้องที่ตามพวกเขามาทีหลัง

 

และแค่เวลาผ่านไปไม่นาน ตอนที่หัวหน้าทัวร์พาไปถ่ายรูปมุมไกลของหอไอเฟล ก็ได้เจอกับอิทธิพลของดนตรีกับผู้คนจริงๆครับ เพราะว่าในตอนนั้นกำลังมีการประท้วงอะไรบางอย่างของชนชายขอบที่ผมไม่เข้าใจภาษาที่เค้าใช้กัน แต่ว่าดนตรีที่พวกเขาใช้เปิดประกอบนั้น สามารถสัมผัสถึงความร้อนแรง และเข้มข้นได้ เพราะมันคือฮิปฮอปแบบต้นตำรับที่กล่าวถึงความไม่เท่าเทียมกันของเชื้อชาติ และยังมีเพลงชวนสลดอย่าง No Surprises ของ Radiohead แซมมาด้วย นี่แหละถึงจะเป็นการประท้วงที่ อาหาร (แถวนั้น) อร่อย และดนตรีไพเราะจริงๆ มีบุญได้เห็นของจริง

Queen Club

คืนนั้นผมทะลึ่ง ออกมาเดินย่านชอง เอลิเซย์คนเดียว เพราะไหนๆก็มาแล้ว ก็อยากเห็นให้เยอะหน่อย และดีมากที่ย่านนี้มันจอแจทั้งคืนจริงๆครับ และที่แรกๆที่เลือกเดินคือ ร้าน Virgin Megastore ที่เต็มไปด้วยสื่อทุกประเภทจริงๆครับ ร้านโอ่อ่า โล่ง และเดินสบายกว่า HMV หรือ Towers จริงๆคับ แต่อาจจะเป็นเฉพาะสาขานี้ก็ได้ เพราะใช้ตึกเก่าเป็นร้าน น่าเสียดายที่ผมเจอคลับที่มีดีเจชื่อดังอย่าง Dimitri from Paris มาเปิดแผ่นด้วย แต่เนื่องจากมากับทัวร์ ทำให้ไม่สามารถเกรียนได้มากกว่านี้แล้ว เลยต้องกลับโรงแรมอย่างซึมเศร้าเล็กน้อยครับ

 

ถึงจะเป็นทริปสั้นๆ แต่ก็เป็นทริปที่ทำให้ผมได้เข้าใจอะไรต่อมิอะไรอีกมาเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่มาของความยอดเยี่ยม อลังการ และลึกลับของดนตรีจากแดนน้ำหอม ถ้ามีโอกาส คงต้องไปหาประสบการณ์ให้มากกว่า

Friday, February 27, 2009

First Day in Switzerland

Because of the price of internet, i have to write the quciky one before i get cut off.

 

Swtzerland is friggin cold but it is just beautiful. I feel like walking in a movie scene.

 

time is running out. just check my photo then, cauze picture tells a lot.  bye

Thursday, February 26, 2009

Arrived at Qatar

I am writing this post in Doha International Airport. The fact that there is a free wireless internet service here is just awesome. I think that this is the basic installment to every airport since people need connection when they are on the road more than usual.

 

It took 8 hours fom Thailand to Qatar and we left Thailand on 8 pm and when we arrive at Qatar, it was just 11:45 pm. Man, every time I think about the time zone different, it just make me wonder all the time. I lost 4 hours of my life now, a bit weird, eh?

 

BTW, there was announcement in Chinese here too, but I still haven’t heard Japanese.

 

Gotta go soon, bye.