บล๊อกเกี่ยวกับเรื่องดนตรี และเรื่องไร้สาระอื่นๆโดยทั่วไป มักจะบล๊อกเป็นภาษาไทย แต่ก็บล๊อกเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง ตามอารมณ์
Sunday, September 11, 2011
Saturday, September 10, 2011
Official Blogger app for iPhone
Finally, I can blog straight from my phone. It's been a while waiting for the official Blogger app for iPhone and it is much easier now.
Sunday, September 4, 2011
New Blood สายเลือดใหม่
แป๊บๆ ก็เข้าเดือนกันยายน ไตรมาสสุดท้ายของปีแล้วนะครับ ไวเป็นบ้า ผมยังไม่ชินกับปี 2554 เลย นี่จะเปลี่ยนล่ะ ก่อนที่จะสิ้นปี ผมเองก็ต้องเริ่มไล่เรียงเตรียมอันดับอัลบั้มยอดเยี่ยมของปี ระหว่างนั้นก็เจอศิลปินเลือดใหม่ที่ออกผลงานที่น่าประทับใจออกมา ก็ต้องขอนำมาเสนอกันบ้างล่ะครับ
Jonathan Jeremiah
ชายหนุ่มจากลอนดอนเหนือ ที่แปลกแยกกว่าคนอื่น แทนที่เขาจะสนใจเพลงอินดี้ร๊อคแบบเด็กรุ่นเดียวกัน เขากลับหลงไหลไปกับเพลงโฟลค์อังกฤษ การเรียบเรียงเครื่องสาย และเสียงร้องที่นิ่มนวล เขาโตมากับกองแผ่นเสียงของพ่อที่เต็มไปด้วย Scott Walker, Cat Stevens และ Serge Gainsbourg และเริ่มเล่นกีตาร์เมื่ออายุเพียง 6 ขวบเท่านั้น
เมื่ออายุได้ 21 ปี เขาเดินทางไปอเมริกาเพื่อหาประสบการณ์ แทนที่จะได้พบกับแนวดนตรีโฟลค์อเมริกันที่เขาคาดหวัง เขากลับพบกับความหงอยเหงาเพราะหาคนที่สนใจแนวดนตรีเดียวกันไม่เจอ แต่มันก็ได้เสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับเขาเพื่อพัฒนาการแต่งเพลงต่อไป เมื่อเขากลับมาอังกฤษ ก็ได้พบกับกลุ่มนักดนตรีออเคสตรารุ่นใหม่ ทำให้เขาได้ทีมงานมาช่วยเหลือในอัลบั้มที่เขาโปรดิวซ์เอง เนื่องจากต้องการเสียงจากเครื่องดนตรีจริงๆ โดยเขาต้องทำงานเป็นรปภ.เพื่อหางานมาจ่ายค่าตัวของนักดนตรี เมื่อเสียงออเคสตราที่แสนบรรจง บวกเข้ากับเสียงกีตาร์ที่เป็นเหมือนอวัยวะอีกชิ้นของเขา และเสียงบาริโทนนุ่มๆ ทำให้กลายเป็นส่วนผสมทางดนตรีที่ลงตัวที่สุดอีกชิ้นหนึ่ง และเป็นเพขรที่รอคอยการถูกค้นพบอยู่ครับ
และเมื่อคุณหยิบ A Solitary Man ผลงานชิ้นแรกของเขามาฟัง คุณจะเข้าใจความทุ่มเทที่เขาใส่ลงไปในงานชิ้นนี้ครับ แม้บางคนจะมองมันว่าเป็นแค่งานเพลงฟังสบายๆ ไม่หวือหวา แต่มันเต็มไปด้วยความบรรจงในการแต่งแต้มสีสันของเพลงเป็นอย่างดี แต่ละเพลงร้อยเรียงได้อย่างลงตัวไร้รอยต่อจริงๆ ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจในการประสานเครื่องดนตรีทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพลงอย่าง That Same Old Line เป็นตัวอย่างที่ดีมากในการเล่าเรื่องราวผ่านเพลง ส่วน Heart of Stone ก็เป็นเพลงร๊อคย้อนยุคแบบที่ฟังดูแล้วไม่เชยเลย เหมาะแก่การหยิบไปฟังเวลาขับรถทางไกลมาก Lost เป็นเพลงโปรดอีกเพลงหนึ่งของผม ที่เล่นกับเนื้อเพลงง่ายๆออกมาได้อย่างดี Happiness ก็เป็นอีกเพลงที่เรียบเรียงออกมาได้ลงตัวมาก เช่นเดียวกับ See ที่เครื่องสายบาดลงไปถึงหัวใจเราเลยทีเดียว
แม้คุณจะมีความสุขกับการฟังเพลงสุดเท่ทั้งหลาย แต่ในบางเวลา เมื่อคุณเหน็ดเหนื่อยกับสิ่งต่างๆ งานเพลงของ Jonathan Jeremiah คือสิ่งที่จะเยียวยาคุณจากความเหน็ดเหนื่อยเหล่านั้นได้ครับ
James Blake
อีกหนึ่งหนุ่มลอนดอนที่โดดเด่นเอามากๆในช่วงปีที่ผ่านมาก James Blake จบการศึกษาจาก Goldsmiths, University of London โดยมีเพื่อนร่วมชั้นชื่อดังอีกคนอย่าง Katy B และเขาก็ใช้เวลาระหว่าเรียนในการอัดผลงานเพลงของตัวเองมาเสมอ และเริ่มออกงานเพลงชิ้นแรก Air & Lack Thereof ในปี 2009 และมันก็ไปเข้าตาดีเจชื่อดังอย่าง Gilles Peterson จนได้รับเชิญไปมิกซ์เพลง หลังจากนั้น เขาก็ได้ออก EP ชื่อ CMYK ซึ่งก็กลายเป็นที่จับตามองอีก
แต่เพลงที่ส่งเขาเข้าไปอยู่ในสปอตไลต์ของวงการเพลงจริงๆคือ Limit to Your Love ที่เป็นเพลงช้าๆ เนิบๆ แต่เล่นกับช่องว่างของเสียงได้เป็นอย่างดี และยังไล่อารมณ์เพลงได้ยอดเยี่ยมจนขนลุกเลยทีเดียว และนั่นทำให้เขาได้รับการจับตามอง จนถึงกับถูกรวมใน The Sound of 2011 ที่จัดโดย BBC เลยทีเดียว
เขาใช้เวลาตลอดปี2010 เพื่ออัดงานเพลงชุดแรกของเขา และกลายมาเป็นงานอัลบั้มเต็มที่ใช้ชื่อเดียวกับเขาเลย และมันก็กลายเป็นงานที่โดดเด่นเอามากๆอีกชิ้นหนึ่งในปีนี้ ด้วยความที่มันสามารถใช้ช่องว่างระหว่างเสียงและจังหวะสร้างบรรยากาศแบบเฉพาะตัวได้อย่างงดงามเกินบรรยาย เพลงที่โดดเด่นมากๆก็อย่างซิงเกิ้ล The Wilhelm Scream ที่งดงามเกินบรรยาย ให้ความรู้สึกเหมือนการล่องลอยอยู่ระหว่างความฝันและความจริงโดยที่ไม่รู้แน่ชัดว่าเรากำลังอยู่ส่วนไหนกันแน่ ราวกับหลุดเข้าไปอยู่นภาพวาดเซอเรียลิสม์ชั้นครู และเป็นตัวแทนของอัลบั้มนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะทั้งอัลบั้ม มันเล่นกับจังหวะและช่องว่างได้อย่างเหนือชั้นจริงๆครับ เป็นตัวอย่างของการสร้างบรรยากาศของเพลงที่ดึงดูดเราเข้าไปสู่โลกของศิลปินได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน
ไม่แปลกอะไรที่ความยอดเยี่ยมและโดดเด่นของมันจะพาให้เขาได้เข้าร่วมชิงรางวัล Mercury Prize รางวัลเด่นของคนดนตรีในอังกฤษในปีนี้ และอีกโปรเจ็คต์ที่น่าสนใจเอามากๆคือ เขากำลังร่วมทำงานเพลงกับ Justin Vernon แห่ง Bon Iver ศิลปินที่ถนัดในการสร้างบรรยากาศของเพลงอีกคน น่าสนจริงๆครับว่างานของพวกเขาจะออกมาในแนวไหนกัน
Thursday, September 1, 2011
ความเป็นกลางของสื่อมวลชน
มื้อนี้ที่ไม่ลืมเลือน
ชีวิตนี้ คุณเคยกินอาหารแล้วประทับใจแบบสุดๆ จนแทบจะขึ้นสวรรค์ น้ำหูน้ำตาไหลพรากๆแบบในการ์ตูนญี่ปุ่นบ้างมั้ยครับ ผมว่า ถ้าเป็นคนทีชอบกิน ไม่ว่าใครก็คงเคยล่ะครับ ยกเว้นแต่จะเป็นคนลิ้นด้าน ไม่ได้สนใจเรื่องรสชาติอาหาร หรือเป็นคนที่ขาดความสุนทรีย์เป็นอย่างยิ่งครับ
ตัวผมเอง ก็พิศมั ยการกินมาโดยตลอด แม้ตอนเด็กๆจะเรื่องมาก ไม่กินนู่นกินนี่ แต่พอโตมา ก็กลายเป็นพวกชอบหาของอร่อยๆกิน โดยไม่ยอมพลาดโอกาสดีๆแม้แต่น้อยครับ และในชีวิตที่ผ่านมา ก็หากินนู่นกินนี่ เจอที่อร่อยๆมาก็ไม่น้อย แต่เอาเขาจริงๆ การเจออาหารที่อร่อยแบบเทพๆ กระทั่งชวนน้ำหูน้ำตาไหลนี่ มันมีเงื่อนไขเยอะเหมือนกันนะครับ ไม่ใช่แค่ตัวอาหารอย่างเดียวครับ มันยังมีเรื่องของจังหวะเวลา สถานที่ คนที่ทานด้วย สารพัดอย่างมารวมกันครับ
